อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่บ้านพลเมืองในค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี เมืองกาซา อาคารรอบข้างเสียหายหนัก
สำนักข่าวอัลจาซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 อิสราเอลได้โจมตีทางอากาศใส่บ้านพลเมืองแห่งหนึ่งในค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี เมืองกาซา ส่งผลให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ และอาคารหลายหลังรอบบริเวณได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ก่อนเกิดการโจมตี ฝ่ายอิสราเอลได้ออกคำเตือนให้ชาวบ้านอพยพออกจากอาคารที่พักอาศัยหนึ่งหลัง ศูนย์สาธารณสุขหนึ่งแห่ง และโรงเรียนหนึ่งแห่ง
สำนักข่าวอัลจาซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 อิสราเอลได้โจมตีทางอากาศใส่บ้านพลเมืองแห่งหนึ่งในค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี เมืองกาซา ส่งผลให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ และอาคารหลายหลังรอบบริเวณได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ผู้สื่อข่าวอัลจาซี Hind Khoudary เดินทางถึงจุดเกิดเหตุเพื่อทำการรายงาน
รายงานระบุว่า ก่อนเกิดการโจมตีทางอากาศ กองทัพอิสราเอลได้ออกคำเตือนล่วงหน้า โดยสั่งให้ชาวบ้านอพยพออกจากอาคารที่พักอาศัยหนึ่งหลัง ศูนย์สาธารณสุขหนึ่งแห่ง และโรงเรียนหนึ่งแห่ง แต่การโจมตียังคงทำลายบ้านพลเมืองภายในค่ายผู้ลี้ภัย และส่งผลกระทบต่ออาคารโดยรอบ
ค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตีเป็นหนึ่งในพื้นที่อยู่อาศัยของพลเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในฉนวนกาซา ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์และลูกหลานที่พลัดถิ่นหลังสงครามปี ค.ศ. 1948 ภาพจากอัลจาซีแสดงให้เห็นว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในสภาพรกร้าง การค้นหาและกู้ภัยดำเนินไปอย่างยากลำบากท่ามกลางซากปรักหักพัง คำสั่งอพยพได้ระบุอาคารที่พักอาศัยหนึ่งหลัง ศูนย์สาธารณสุขหนึ่งแห่ง และโรงเรียนหนึ่งแห่งเป็นเป้าหมายพร้อมกัน บ่งชี้ว่าพื้นที่ที่ปฏิบัติการทางทหารเข้าถึงอยู่ติดกับสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะอย่างเห็นได้ชัด
รายงานต้นฉบับไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ ฝ่ายอิสราเอลก็ไม่ได้ชี้แจงถึงบริบททางทหารเฉพาะของปฏิบัติการครั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามกาซาที่ยังคงยืดเยื้อ การโจมตีทางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะมีการออกคำเตือนให้อพยพล่วงหน้าหรือไม่ก็ตาม ลักษณะของการโจมตีทางอากาศเองก็ทำให้พลเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะไม่สามารถแยกออกจากการสู้รบได้อย่างแท้จริง
ยังไม่มีความคิดเห็น เริ่มการอภิปรายได้เลย