โลกและความมั่นคง

ค่าสินไหมโจรกรรมในรัฐวิกตอเรียทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย รถที่ถูกขโมยถูกส่งออกผ่านดูไบ แต่ผู้เอาประกันรับภาระต้นทุน

ข้อมูลจากสภาประกันภัยแห่งออสเตรเลียระบุว่า ค่าสินไหมจากการโจรกรรมในรัฐวิกตอเรียช่วงปีงบประมาณ 2025-26 สูงกว่า 300 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยราว 240 ล้านดอลลาร์มาจากการขโมยรถและทรัพย์สินในรถ ICA ชี้ว่าตลาดมืดชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วโลกขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์จากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร และรถที่ถูกขโมยถูกส่งผ่านดูไบ ขณะที่ผู้เอาประกันทั่วไปต้องรับภาระจากค่าสินไหมที่เพิ่มกว่า 40% ในห้าปีและค่าเช่ารถทดแทนที่พุ่งเกือบ 70% ผ่านเบี้ยประกันที่สูงขึ้น

ดู 5 ครั้งเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
TRUTH ERA

ค่าสินไหมประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบประมาณ 2025-26 ตัวเลขดังกล่าวเปิดเผยโดยสภาประกันภัยแห่งออสเตรเลีย (ICA) ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดของอุตสาหกรรมประกันภัย และสูงกว่ายอดรวมของเมืองหลวงรัฐอื่น ๆ ทั้งหมดในออสเตรเลีย ตามรายงานของ ABC News หากคำนวณจากอัตรานี้ ในรัฐวิกตอเรียจะมีรถยนต์ถูกขโมยหรือถูกงัดขโมยทรัพย์สินหนึ่งคันทุก 43 นาที และมีบ้านหนึ่งหลังถูกบุกรุกทุกสองชั่วโมง

Andrew Hall ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ICA เป็นผู้เปิดเผยรายงานฉบับนี้ด้วยตนเอง พร้อมอธิบายเหตุผลที่องค์กรแหกธรรมเนียมของอุตสาหกรรมด้วยการเผยแพร่ข้อมูลอย่างละเอียดว่า “เมื่อเราเห็นระดับการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม เรารู้สึกว่ามีหน้าที่อย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการ” ABC News อ้างข้อมูลตำรวจรัฐวิกตอเรียว่า ในช่วงหนึ่งปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 มีรถยนต์ถูกขโมยรวม 31,851 คัน สูงสุดในรอบประมาณ 25 ปี และเป็นสองเท่าของจำนวนเมื่อสี่ปีก่อน ตำรวจระบุว่ารถที่ถูกขโมยราว 80% ได้รับการติดตามกลับคืนในที่สุด

ส่วนที่น่าตกใจยิ่งกว่าในรายงานของ ICA ชี้ไปยังเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ Hall กล่าวว่า ICA พบว่ามีตลาดมืดชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วโลกซึ่งขับเคลื่อนด้วยความต้องการจาก “ประเทศที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ” เขากล่าวตรง ๆ ว่า “เราเห็นรถยนต์ที่ถูกขโมยจากท้องถนนในเมลเบิร์น สุดท้ายถูกบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งไปยังดูไบ” อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ ICA เปิดเผยต่อสาธารณะไม่ได้ระบุว่าประเทศใดที่ถูกคว่ำบาตรเป็นปลายทางของอุปสงค์ และยังไม่มีการยืนยันโดยอิสระถึงห่วงโซ่เหตุและผลโดยตรงระหว่างการส่งต่อรถที่ถูกขโมยผ่านดูไบกับการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ความเชื่อมโยงนี้จึงยังคงเป็นข้อประเมินของอุตสาหกรรมประกันภัยที่อาศัยข้อมูลข่าวกรอง

ต้นทุนประกันภัยที่เพิ่มขึ้นกำลังถูกผลักไปยังผู้เอาประกันทั่วไปโดยตรง รายงานของ ICA ระบุว่า มูลค่าค่าสินไหมเฉลี่ยสำหรับรถยนต์ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ในช่วงห้าปีจนถึงปี 2024 โดยมีสาเหตุรวมถึงราคาชิ้นส่วนและค่าแรงซ่อมที่สูงขึ้น รายงานยังชี้ว่า การขาดแคลนแรงงานในห่วงโซ่อุปทานทำให้ระยะเวลาซ่อมยาวนานขึ้น ส่งผลให้ค่าเช่ารถทดแทนเพิ่มขึ้นเกือบ 70% นับตั้งแต่ปี 2019 ในรัฐวิกตอเรีย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซ่อมรถจากการชนสูงเกือบ 7,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียแล้ว

เมื่อถูกถามถึงรายงานของ ICA ท่ามกลางข้อมูลที่มีขนาดเช่นนี้ Ben Carroll มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียยอมรับว่ากังวลต่ออัตราอาชญากรรมที่สูง และกล่าวว่าปัญหานี้จะยังคงเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล เขายังกล่าวถึงกฎหมายปิดร้านยาสูบที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ แต่ยอมรับในเรื่องความล่าช้าว่า “เราควรลงมือเร็วกว่านี้หรือไม่? แน่นอนว่าเราควรทำ แต่ตอนนี้เรากำลังทำแล้ว” อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้เสนอกรอบเวลาของนโยบายหรือข้อผูกพันด้านทรัพยากรที่ชัดเจน

นอกเหนือจากปัญหาอาชญากรรมทั่วไป ICA ยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อระบบรับมือภัยพิบัติของรัฐวิกตอเรีย เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ไฟป่าในรัฐทำลายบ้านเรือนมากกว่า 450 หลัง เงินหลายสิบล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่รัฐบาลรัฐจัดสรรสำหรับที่พักชั่วคราวและการทำความสะอาดถูกจำกัดไว้สำหรับผู้ที่ไม่มีประกันหรือมีความคุ้มครองไม่เพียงพอ ICA ระบุในรายงานว่า แนวทางนี้ “สร้างความตึงเครียดระหว่างกลุ่มที่เข้าถึงความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้กับกลุ่มที่เข้าไม่ถึง” และเรียกร้องให้จัดตั้ง “รูปแบบการฟื้นฟูที่รัฐบาลเป็นผู้นำ” โดยเห็นว่า “ไม่ว่าจะมีประกันหรือไม่ เพื่อนบ้านต่างเผชิญอันตรายและการหยุดชะงักแบบเดียวกันหลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่”

ICA ยังจัดให้ตลาดยาสูบผิดกฎหมายและเหตุลอบวางเพลิงที่เกี่ยวข้องเป็นความเสี่ยงด้านประกันภัยที่สำคัญในรัฐวิกตอเรีย พร้อมเรียกร้องให้บริษัทประกันได้รับข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับสถานที่ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมยาสูบผิดกฎหมาย เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงในการรับประกันภัย รายงานฉบับนี้เชื่อมโยงอาชญากรรม ตลาดมืดข้ามชาติ ภัยธรรมชาติ และต้นทุนที่ถูกผลักให้ประชาชนทั่วไปเข้าด้วยกัน พร้อมเผยให้เห็นว่าการค้าผิดกฎหมายที่นโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจก่อให้เกิดขึ้นในดินแดนห่างไกล กำลังย้อนกลับมาส่งผลต่อเจ้าของรถและครัวเรือนบนท้องถนนในออสเตรเลียผ่านช่องทางของอัตราเบี้ยประกัน

ความคิดเห็น

0

ยังไม่มีความคิดเห็น เริ่มการอภิปรายได้เลย