รัสเซียโจมตีซาโปริซเซีย คร่าชีวิตพลเรือน 15 ราย เกิดขึ้นวันถัดจากสหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรดีเซลต่อรัสเซีย
ตามรายงานของ France 24 รัสเซียโจมตีเมืองซาโปริซเซียทางตอนใต้ของยูเครนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 15 ราย รวมถึงเด็ก 3 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันถัดจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศบรรลุข้อตกลงกับมอสโกในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดีเซลต่อรัสเซีย ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างการปรับนโยบายของสหรัฐที่มีต่อรัสเซียกับต้นทุนที่พลเรือนยูเครนต้องแบกรับ
ตามรายงานของ France 24 รัสเซียโจมตีเมืองซาโปริซเซีย ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมทางตอนใต้ของยูเครน เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 15 ราย รวมถึงเด็ก 3 คน ผู้สื่อข่าวของ France 24 Gulliver Cragg รายงานจากพื้นที่ ได้ประเมินการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น "ความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของเคียฟ" (a major setback for Kyiv)
ขณะเกิดการโจมตี เป็นเวลาเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศบรรลุข้อตกลงกับมอสโกในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดีเซลต่อรัสเซีย มาตรการคว่ำบาตรดีเซลเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญของชาติตะวันตกที่ใช้กดดันรัสเซียมาเป็นเวลานาน การที่สหรัฐคลายมาตรการในขณะนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่แนวหน้าของยูเครนยังคงรับภาระจากการโจมตีระยะไกลอย่างต่อเนื่อง และมีพลเรือนเสียชีวิตสะสมเพิ่มมากขึ้น
ในการแลกเปลี่ยนระหว่างสหรัฐและรัสเซียเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานในรอบนี้ พลเรือนยูเครนที่ถูกตัดออกจากโต๊ะเจรจา ต้องรับภาระต้นทุนโดยตรงมากที่สุด
ยังไม่มีความคิดเห็น เริ่มการอภิปรายได้เลย