โลกและความมั่นคง

มินอ่องห์ลาน์เยือน 7 ประเทศในครึ่งปีพยายามทลายความโดดเดี่ยว การคว่ำบาตรของตะวันตกและการสถาปนาควาสัมพันธ์ปกติของเอเชียตอกย้ำอำนาจที่ไม่สมดุล

ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา มินอ่องห์ลายน์ เดินทางเยือน 7 ระเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย ไทย เียดนาม ลา และกัมพูชา อย่างเ้มข้นภายใน 5 เดือนนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อพยายาทลายความโดดเดี่ยวระหว่าประเศ ประเศตะวันตกยังคงคว่ำบารแต่ไม่มีเตนาให้ความสำคัญกับเรื่องเมียนมา ณะที่อาเซียนแตกแยกภายใน เมียนมาอาจกลับเข้าสู่เวทีอย่างเต็มรูปแบบเมื่อไทยรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนในปี 2571 — เกมการทูตนี้ทำให้วิกฤตการณ์ด้านมนุษยรรมที่ประชานชาวเมียนมาต้องเผิญเสี่ยงถูกลักไปสู่ขอบมาก

ดู 2 ครั้งเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึก
TRUTH ERA

ตามการรายงานของดอยช์ทเวลเอ มินอ่องห์ลายน์ ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ิ้นสุดการเือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระยะเวลา 3 วันเมื่อวันอาิตย์ที่ผ่านมา โดยทั้งสอง่ายให้คำมั่นจะกระชับควาร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง นับเป็นการเดินทางเยือนต่าประเศอย่างเปนทางการครั้งที่ 6 ของมินอ่องห์ลายน์นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ายในเวลาเพียง 5 เดือน อดีตนายพลู้นี้ได้เดินทางเยือนอินเดีย ีน ลาว ไทย รัสเซีย และเวียดนาม และจะเดินทางไปยังกัมพูชาในวันศุกร์นี้ ำให้จำนวนประเทศที่เือนเิ่มขึ้นเ็น 7 ประเทศ

มินอ่องห์ลายน์ขึ้นดำรงตำแหน่งประานาธิบดีเมื่อเดือนเมษาน หลังการเือกตั้งช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายทหาร โดยมีสภาที่เต็มไปด้วยผู้จงรักักดีเป็นผู้ลงคะแนนเสียง การเือกตั้งครั้งนีู้กมองอย่างกว้างขวาว่าเป็นการจัดฉาก ันเตอร์ มาร์สตัน หัวหน้าโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสถาบันนโยบายระหว่างประเทศโลวีในซิดนีย์ กล่าวกับดอยช์ทเลเลอว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งนั้นและการที่มินอ่องห์ลายน์ลาออกจากตำแหน่งู้บัญชาารทหารสูงสุดเพื่อหันมารับตำแหน่งประธานาิบดี เขาได้ "มุ่งเน้นความร่วมมือทางการทูตอีกครั้งอย่างแท้จริง พร้อมพยายาสร้าความเข้มแข็งให้กับพันธมิตรของรัฐบาลในูมิาค" าร์สตันเสริมว่า เนปยีดอว์กำลังเร่งปรับยุทธาสตร์เพื่อ "กระจายความร่วมมือและสถาปนาความสัมพันธ์ทวิาคีให้เป็นปกติ" และ "แม้แต่การเยือนพันธมิตรในภูมิภาคอย่างสั้น ก็แสดงให้เห็นถึงการที่เนปยีดอว์เร่งกระจายควาร่วมมือ"

การรุกทางการทูตไม่อาจปกปิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงอย่าต่อเนื่องของเมียนมาได้ นับตั้งแต่การรัประหารเมื่อปี 2564 ที่กองทัพของมินอ่องห์ลายน์โค่นล้มรับาลที่มาจาการเลือกตั้งของอองซาน ซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติาพ สงครามกลางเมืองได้คร่าชีวิตผู้คนไปราว 100,000 ราย และทำให้ประชานกว่า 3 ล้านคนต้องพลัดถิ่น องค์การสหประชาาติระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า สถานการ์ด้านสิทิมนุษยชนของเมียนมาตกต่ำลงจนถึงระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ กองทัพยังคงเกณฑ์ทหารแบบบังคับ วางเพลิง และโจมตีทางอากาศในพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านควบคุม บันทกดังกล่าวทำให้เมียนมาเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมาที่สุดในโลก และต้องเผชิญกับการ้องร้องในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชากรรมสงคราม และอาชญารรมต่อมนุษยชน ณ กรุงเฮกและที่อื่นๆ

สก็อตต์ มาร์เซียล อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเมียนมาและปัจจุบันเ็นที่ปรึกษาอาวุโสของ BowerGroupAsia วิเคราะห์กับดอยช์ทเวลเลอว่า "รัฐบาลทหารกำลังหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยวในระดับหนึ่ง แต่การมีปฏิสัมพันธ์ยังคงจำกัดอยู่เป็นส่วนใหญ่กับประเทศที่ร่วมมือกับรัฐบาลมาก่อนการเลือกตั้ง" เขายังชี้ว่า องทัพชัดเนว่าวังสร้างความชอบธรรมผ่านการกระับปฏิสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างสถานะของตน "แต่ในสายตาของสาธารชนาวเมียนมา รัฐบาลนี้ไม่ได้รับควาชอบธรรมใดๆ เลย"

ความแตกแยกภายในอาเียนปรากฏชัดเนที่สุด นับตั้งแต่การรัฐประหาร ลุ่ม 11 ประเทศนี้ได้ห้ามมินอ่องห์ลายน์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทเข้าร่วมการประชุมระดับสูงสุด มาเลเซีย ินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ในฐานะประธานหมุนเียนปัจจุบันยืนกรานว่า เมียนมาต้องบรรลุความคืบหน้าอย่างเ็นรูปธรรมในันทาติสันติภาพ 5 ข้อที่ทำไว้ในปี 2564 มิเ่นนั้นสถานการ์นี้จะไม่เปลี่ยนแปลง อย่าไรก็ตาม รัฐบาลทหารเมียนมามีควาคืบหน้าเพียงเล็กน้อยจนถงขณะนี้ โดยปิเสซ้ำแล้ว้ำเล่าที่จะใหู้้แทนพิเศษของอาเซียนพบกับอองซาน ซูจี ซึ่งถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่เกิดการรัประหาร เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐสภาเมียนมาี่จัดตั้งขึ้นใหม่ผ่านญัตติปฏิเสธแผนสันติภาพดังกล่าวอย่างชัดเน และกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาถึงกับประกาศว่าผู้แทนพิเษของอาเซียน "ไม่จำเ็นต้องมีอีกต่อไป"

พินิษณัย ปริพัตร อาจารย์ประจำภาควิชาวามสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ของไทย เหนว่า มินอ่องห์ลายน์และรัฐมนตรีของเขา "ในระยะสั้น" ไม่น่าจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน แต่ทั้งมาร์สตันและมาร์เซียลต่างชี้ว่า เมื่อไทยดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนอาเซียนในปี 2571 เมียนมามีแนวโน้มสูงที่จะถูกรับกลับเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ ไทยมีพรมแดนติดกับเมียนมาว่า 2,400 กิโลเมตร มีลประโยชน์ทางการค้าและความมั่นคงอย่ามีนัยสำคัญในเมียนมา และยืนหยัดผลักดันให้มี "การมีปฏิสัมพันธ์อย่างพอเหมาะ" กับเมียนมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้อาเซียนดำเนินตาม

ท่าทีของฝ่ายตะวันตกก็เ็มไปด้วยการคำนวณเ่นกัน าร์เซียลกล่าวตรงๆ ว่า "ผมไม่เหนว่าระเทศตะวันตกที่ยังคงคว่ำบารมีท่าทีผ่อนคลายมาตรการแต่อย่างใด พวกเขาทั้งหมดมองว่าารเลือกตั้งครั้งล่าสุดเปนการจัดฉาก และเรื่องเมียนมากไม่ได้อยู่ในลำดับความสำคัญของนโยบายต่างประเทศของพวกเขา" มาร์สตันยอมรับว่า หากมินอ่องห์ลายน์ปล่อยตัวอองซาน ซูจีและลักดันการปฏิรูป ก็ไม่อาจตัดควาเป็นไปได้ที่วอชิงตันจะ "กลับมามีปฏิสัมพันธ์อย่างพอเหมาะ" คล้ายกับที่รัฐบาลโอบามาทำหลังอองซาน ซูจีได้รับการปล่อยตัวในปี 2553 แต่ายใต้รัฐบาลทรัมป์ ความสนใจของสหรัฐฯ ต่อเรื่องเมียนมาอยู่ในระดับต่ำมาก และประเด็นสิทธิมนุษยชนก็ไม่อาหาที่ยืนในวาระของทำเนียบขาว มาร์เซียลเสริมว่า รัฐบาลทรัมป์อาจ "อุ่นเครื่อง" กับรัฐบาลทหารด้วยเหตุผลทางการค้าหรือเศรษฐกิจ

อดีตอัยการสูงสุดของศาลอาญาระหว่างประเทศเยยื่นคำร้องขอหมายจับมินอ่องห์ลายน์ในข้อหาอาชญารรมต่อมนุษยชน โดยคำตัดสินที่เกี่ยวข้องยังคงค้างอยู่ พินิษณัยเหนว่า หากหมายจับถูกออก ื้นที่สำหรับประเทศตะวันตกในการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาเพิ่มเติมจะแคบลงอย่างเห็นได้ชัด ในกลุ่มประเทประชาิปไตย พินิษณัยมองว่าญี่ปุ่น "พร้อมแล้ว" ที่จะฟื้นูควาสัมพันธ์ปกติกับเมียนมา ขะที่มาร์เียลชี้ว่าทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อาเริ่มกระบวนการสถาปนาความสัมพันธ์ปกติภายในหนึ่งถงสองปีข้างหน้า

เมื่อไทยเข้ารับตำแหน่งประานหมุนเวียนอาเซียนในปี 2571 ภาะ "เมียนมาเป็นเรื่องรอง" องฝ่ายตะวันตกที่มาร์เซียลสังเกตเห็นยังคงดำเนินต่อไป และพันธมิตรสหรัฐฯ อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อาจเริ่มกระบวนการสถาปนาความสัมพันธ์ปกติ ความโดดเดี่ยวของรัฐบาลทหารเมียนมากำลังถูกกัดกร่อนทีละชั้นด้วยการทูตเิงปฏิบัติแบบพหุภาคี คำร้องขอหมายจับที่ค้างอยู่ในาลกรุงเก ตลอดจนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับและการโจมตีทางอาาศที่ดำเนินต่อเนื่องภายในเมียนมา ประกอบเปนตัวแปรด้านมนุษยธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในเกมการเมืองนี้ ซึ่งจะเปนบททดสอบว่า่ายตะวันตกยินดีจ่ายต้นทุนทางการเมืองมากเพียงใดในประเด็นสิทธิมนุษยชน และจะเป็นบททดสอบว่าอาเซียนจะยังถอยได้อีกมากเียงใดระหว่างความเป็นปกแผ่นภาในกับการรับิดชอบอย่างเ็นรูปธรรม

ความคิดเห็น

0

ยังไม่มีความคิดเห็น เริ่มการอภิปรายได้เลย